กำลังคิดว่า จะอัพบล็อกอะไรดีรับขวัญ Dashboard ใหม่ เผอิญไปเจอรูปในโฟลเดอร์ที่อัพไว้ตั้งแต่ปีใหม่แล้วแต่ไม่ได้เขียนถึงซักที ก็เลยขอเขียนถึงในหัวข้อนี้ละกัน
--------------------------
เปิดตำนาน CX Magazine
ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2546 ตอนนั้นในวงการหนังสือแมกกาซีนอนิเม ก็มีหนังสือชื่อ Comic Quest เป็นหนังสือไซส์ B5 ซึ่งรวบรวมข่าวสารอนิเมต่างๆอยู่แล้ว ซึ่งในปีนั้น ทาง Comic Quest ก็ได้แถมหนังสือเล่มเล็กเล่มหนึ่งมา ....เป็นตัวอย่างนิตยสารการ์ตูนไทยที่เตรียมตัวกันมาเนิ่นนาน หลังจากที่ทางค่ายได้ออกรวมเล่มการ์ตูนผู้หญิง จากนวนิยายขายดีของ ทมยันตี "ดั่งดวงหฤทัย " และ "ไกรทอง" มาได้ซักพัก
โฉมหน้า CX เล่มที่ 0 ดูรายชื่อการ์ตูนและคนวาดได้ดังรูป
ในตอนนั้น CX ใช้สโลแกนว่า "ปฏิวัติสุดขีดวงการการ์ตูนไทย" ซึ่งกระแสในตอนนั้นก็เฝ้ารอการออกมาของคลื่นลูกใหม่ในวงการอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อ CX เล่มที่ 1 วางตลาด ก็ได้รับคอมเมนท์มากมาย (ซึ่งคอมเมนท์อันดับ 1 จะพูดถึงเรื่อง "กระดาษ" กันจมหู ) นอกจากเรื่องกระดาษ ก็มีเรื่องของราคาที่บางคนติติงว่า มันแพงไปหรือเปล่า? (จากที่เล่มแรกราคา หนา 2 เล่ม 25 บาท และบอกว่าจะขึ้นเป็นราคาปกติ 40 บาท ในเล่มถัดมา)
หน้าตาเล่ม 01-02 ที่รวมอยู่ในเล่มเดียว ของ CX
การ์ตูนแต่ละเรื่องที่ลงใน CX ส่วนใหญ่แล้ว จัดอยู่ในระดับที่เรียกว่า "เข้าขั้น" และเหมือนเป็นการเปิดตัวเพชรเม็ดงามที่เผยให้เห็นถึงประกายแสงอันเจิดจ้าของวงการการ์ตูนไทย และในช่วงนั้นก็มีการสนับสนุนผลงานการ์ตูนไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากค่ายเกมออนไลน์ และหัวหนังสืออื่นๆ
แต่ทว่า...CX ก็จำต้องปิดตัวลงในฉบับที่ 13 นั้นเอง....
ด้วยเหตุผล (ที่คนอ่านอย่างเรา ) ไม่ทราบได้ แต่ก็พอจะคาดได้ ถึงการลงทุนกับการทำตลาดของวงการการ์ตูนที่ต้องบอกว่า มันไม่ง่ายเลย หลังจากที่ค่ายได้ปิดหัวหนังสือทั้ง Comic Quest และ CX ลง
การที่มี CX เกิดขึ้นและจบลง แม้จะเป็ลกลไกทางธุรกิจ แต่นักเขียนที่ CX และทีมงานแต่ละคน ก็ยังมีหาทางต่อไป เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงได้กลับมาผงาดอีกครั้ง แม้บางคนจะไม่ใช่ในค่ายเดิม สังกัดเดิม แต่วงการการ์ตูนไทย ยังก้าวต่อไปข้างหน้า ซึ่งนับตั้งแต่ CX เกิดขึ้น นี่ก็เกือบจะครบ 10 ปีแล้ว ไม่ใช่ว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นจะสูญเปล่าเลย
ใครจะคิดว่า ในเวลาไม่ถึง 10 ปี ยอดขายการ์ตูนไทย จะแตะหลายหมื่นเล่มได้หลายเรื่อง หลายคนโกอินเตอร์ (แม้บางคนจะเพราะช้ำกับวงการในไทย) วงการการ์ตูนไทยเติบโตขึ้นเร็วมาก ชนิดที่เรียกได้ว่า คนรุ่นนั้นไม่คาดหวังที่นักเขียนการ์ตูนจะเป็นอาชีพและทำเงินได้ด้วยซ้ำ
(ขอพาสที่จะย้อนเล่าเรื่อง แมกกาซีน ลายเส้น ไทยคอมมิค M comic เพราะจดจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แม่นนัก)
ใครว่า การ์ตูนไทยไม่พัฒนา? ไม่เลย มันพัฒนาขึ้นมามาก ถึงตอนนี้จะไม่เท่าที่หลายคนคาดหวังว่า จะมียอดขายเทียบเท่าญี่ปุ่น ทำอนิเม ทำสินค้า ต่อยอดทางธุรกิจ หรือโด่งดังไปทั่วโลก (หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ มังงะของญี่ปุ่นเอง เค้าก็ไม่ได้เกิดมา 10 -20 ปีแล้วเปรี้ยงปร้าง)
และจากนี้ ในยุคที่เราอยู่ วงการการ์ตูนไทยมันก้าวต่อไปได้ถึงขนาดไหน คงต้องมารอดูกัน....