การทำงานด้านการ์ตูน (1)

posted on 22 Aug 2006 20:59 by goldenfish

ช่วงนี้ได้อ่านบล็อกและกระทู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการทำงานด้านนี้ ก็เลยคันไม้คันมืออยากเขียนมั่ง แต่คิดว่าอาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับที่ตัวเองได้อ่านมาซักเท่าไหร่ ก็เรียกว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังละกัน ^^

สำหรับตัวเรานั้นเรียนมาทางด้านสายวิทย์ คณะที่จบมาก็คือ วิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่ว่าตอนที่จบมา เราก็คิดว่าเราอยากมาทำงานด้านอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการ์ตูนมากกว่า ก็เลยไปสมัครงาน (ตอนแรกก็สมัครงานไปตามสายที่เรียนมาด้วย แต่ว่ามันอยู่ไกลก็เลยไม่เอา) กับเพื่อนสมัยม.ปลายที่ชอบการ์ตูนเหมือนกัน (นี่ก็จบ เทคโน -ฟู้ด เหมือนกับฟู้ดไซน์แต่เรียกชื่อต่างกัน) ตอนนั้น เห็นการ์ตูนของสำนักพิมพ์อนนะบุค ลงว่าต้องการรับสมัครอนิเมเตอร์ ก็เลยลองสมัครไปดู ปรากฏว่า เขาก็รับเรา ด้วยค่าแรงสตาร์ท 6,000 บาท ตอนนั้นในใจก็รู้สึกว่ามันน้อยนะ เรียนจบมาตั้ง ป. ตรี มันน่าจะได้ซัก 8,000 บาท (เป็นสแตนดาร์ดของเราเองว่า อย่างน้อยก็น่าจะได้เท่านี้) แต่แม่ก็บอกเราว่า นึกซะว่าไปเรียนพิเศษ ได้ความรู้และได้เงินอีก ก็เลยทำให้เรามองโลกในแง่ดีขึ้น เพราะว่า ไปสมัคร จบก็ไม่ได้ตรงสาย ความรู้ด้านนี้ก็ไม่มี ประสบการณ์ด้านนี้ก็ไม่มี เขารับก็บุญแล้ว (ฮา)

ทำงาน 6 วัน ตั้งแต่ 9 โมงครึ่ง-6 โมงครึ่ง ตอนแรก ก็ค่อยๆเรียนรู้ไป แต่เราได้ทำแค่ ออกแบบคาแรคเตอร์ ลงสี คลีนเส้น อินบีทวีนนิดหน่อย โชคชะตาก็พัดเปลี่ยนไป ย้ายให้เรามาทำงานด้านหนังสือแทน เพราะว่ามีงานแก้ของคนเก่าที่ลาออกไป จากที่ว่าได้ทำด้านอนิเม ก็เลยกลายมาเป็นหนังสือการ์ตูนแทน ตำแหน่งที่เราทำตอนนั้นก็คือ แต่งภาพ + ใส่คำบรรยาย แน่นอนว่า เนื่องจากว่าทีมเก่าลาออกไปหมด เราก็เลยต้องมางมโปรแกรมเอง ตอนนั้นก็ทรมานมาก เนื่องจากว่า ไม่ได้ตั้งใจมาทำตำแหน่งนี้ + มีความรู้สึกว่าคนพิสูจน์อักษรงี่เง่า (- -")ก็เลยอยากลาออกตั้งแต่โดนย้ายมาทำแรกๆ (ฮา) แต่เราก็อดทนไป นี่แหละมั้งที่ทำให้เราได้วิชาโฟโต้ช็อปแต่งภาพติดตัวมาด้วย มาใช้คำสั่ง Stamp เป็นที่นี่เอง เมื่อก่อนเป็นแต่ลงสีกับฟิลเตอร์ แต่หลังจากที่อดทนทำมานาน เราก็ลาออกจากที่นี่ด้วยปัญหาเรื่องค่าตอบแทนและเรื่องทำงาน 6 วันมันเหนื่อย - -" สรุปแล้ว ทำงานที่นี่ได้แค่ 8 เดือนก็เปลี่ยนที่ทำงาน

ที่ทำงานที่ 2 เราเป็นสำนักพิมพ์การ์ตูน ตำแหน่ง ผู้ช่วยกองบรรณาธิการ หลักๆก็ปรู๊ฟงาน และจิปาถะ ค่าแรงได้ตามที่ตั้งใจไว้สำหรับป.ตรี (ฮา) ทำงาน 6 วันเหมือนเคย ทำแรกๆก็มีความสุขดี (เหมือนได้ล้างแค้นจากที่เก่าเรื่องคนพิสูจน์อักษรด้วย) ทำไปทำมา เริ่มมีความรู้สึกว่า คนแปลนี่ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเซนส์ด้านการ์ตูน บางอย่างจะออกมาเพี้ยนๆมาก เอาง่ายๆ ก็อ่านฟุริงานะผิด (ด้วยความรีบของคนแปลล่ะมั้ง) แถมพอเราท้วงว่า ชื่อตัวละครผิดนะ พี่บก.เขากลับบอกว่า ถ้าผิดแล้ว(พิมพ์ไปแล้ว) ก็ให้ยึดตามที่ผิดไปแล้ว ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่า ถ้ารู้ว่ามันผิด ทำไมไม่แก้ให้มันถูกล่ะ แต่บางอย่างท้วงไป พี่เขาก็รับฟัง (เพราะว่า อะไรที่มันไม่มีเล่มก่อนมาอ้างอิง จะสามารถแก้ไขได้)

เราเป็นคนอ่านหนังสือเร็ว แล้วก็ชอบอ่านการ์ตูนอยู่แล้วก็ทำงานด้วยความสบายใจ มีเสียวๆบ้างตอนงานพลาด ถ้าจะให้เผาก็มี อย่างเช่น คนแปลเป็นพวกอ่อนแอภาษาไทยอยู่แล้ว เราตรวจจับได้ไม่หมด ก็มีโดนว่าบ้าง อย่างคนนึง เค้าจะเขียนพวกคำสมาสมีสระอะด้วยหมดเลย อย่างเช่นคำว่า วัฒนธรรม เป็น วัฒนะธรรม หรือบางคน ผันผิด เปียกโชก เป็นเปียกโฉก หรือ ฤดู ใบไม้ผลิ เป็นฤดูไม้ใบผลิ (อันนี้โชคดีว่าพี่อีกคนเค้าตรวจเจอก็เลยแก้ทัน) แต่ในใจลึกๆ เราก็นึกนะว่า คนแปลเนี่ย น่าจะเก่งภาษาไทยนะ มาดูความเป็นจริงแล้วมันกลับไม่ใช่ ก็ผิดหวังลึกๆเหมือนกัน แต่ว่าคนที่ทำงานดีอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย เราก็เลยต้องระวัง"คนแปลที่มีปัญหา" เท่านั้นแหละ แต่เนื่องจากว่า เราก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร ความผิดพลาดก็เลยมีบ้าง อาทิ

- "คงเสียใจที่ภรรยาของพี่สาวไปจูบคนอื่นสินะ" ......... อันนี้จับได้เองตอนอ่านเล่มที่มันพิมพ์ออกแล้ว เรื่องอะไรขอไม่บอกละกัน แต่เป็นการ์ตูนผู้หญิงชื่อดัง ตอนแรกที่เจอ ไปให้พี่คนคอมกับคนแปลดู พี่เขายังไม่รู้ว่าผิดตรงไหน แต่พอรู้ก็ฮากระจาย ช่วงนั้นตอนเข้าบอร์ดสำนักพิมพ์ เราใจเต้น ตุ้มๆต่อมๆ ว่าจะมีใครมาแฉมั่ง แต่สุดท้ายก็ไม่มีคนมาแฉ (ฮา)

- เรื่องอันดับ 2 นี่ ที่จริงมันเป็นหน้าเปิดเรื่องที่มีคำอธิบายตัวละคร คนแปล แปล อนุชา เป็นขนิษฐาอันนี้ได้รับคอมเพลนมาอีกที เผอิญว่าเรื่องนี้มันเป็นเล่มต่อ เล่มก่อนนี้เราไม่ได้ปรู๊ฟ ก็เลยอ่านผ่านๆเพราะคิดว่าคำแปลก็เอาของเก่ามา ตรวจไปแล้วไม่น่าจะผิด กลายเป็นว่า ผิดมาตั้งแต่เล่มแรก - -" อันนี้รับผิดชอบร่วมกันกับคนแปล

อย่างอื่นก็ ตัวเสียงหลุดมั่ง ภาพหลุดมั่ง คำบรรยายมีเลขหลุดมั่ง แต่เรื่องที่เราสติคมากๆเลย คือเรื่องคำผิด ไม่ค่อยจะมี (แต่ก็มีบ้างแหละ - -") ตอนนั้นก็เลยรู้ซึ้งว่า ถ้าคนแปลทำงานดีมาตั้งแต่แรก คนที่รับงานช่วงต่อมาอย่าง คนคอม และคนปรู๊ฟก็ไม่ต้องลำบาก แต่คนที่ทำงานคอมเอง บางครั้งก็มีส่วนช่วยให้เรื่องเพี้ยนได้ด้วยความหวังดี เพราะว่าคนคอมที่แต่งภาพใส่คำบรรยายเองก็ไม่อยากแก้มากหรอก ถ้าเค้าเห็นคำผิด บางทีก็จะแก้ให้เลย แต่บางคำ มันไม่ผิด แต่มันเป็นคำที่ไม่มีในภาษาเรานี่สิ อย่างเช่น คำว่า สอบซ้อม เขาก็เปลี่ยนเป็นสอบซ่อม เลยต้องมาแก้อีกที ก็ต้องอธิบายว่า ที่ญี่ปุ่น เขาจะมีการสอบก่อนเอ็นท์ที่จะวัดระดับว่าเข้ามหาลัยนี้ได้เป็นเปอร์เซ็นต์ๆไป คนแปลก็เลยใช้คำว่า สอบซ้อมมา เนื้อเรื่องมันก็เลยผิดเพี้ยนไป อะไรทำนองนี้

ทำงานที่นี่ได้ 6 เดือน รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหากับพี่ที่ทำงาน + ทำงาน 6 วันมันเหนื่อย (อีกแล้ว) ก็เลยออก

ลาออกคราวนี้ ได้วิชาติดตัวมาใหม่ก็คือวิชา สกรีนโทนและวิธีทำงานการ์ตูนในคอม (ที่จริงโดยหน้าที่เราแล้ว ไม่ได้แตะเท่าไหร่หรอกคอม แต่อาศัยว่าไปถามพี่คนคอมบ่อยๆแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กัน ก็เลยได้มา) ซึ่งเราคิดว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของวงการโดจินเลยนะ

หลังจากนั้นก็เฝ้าร้านที่บ้านเฉยๆ แล้วก็รับจ็อบอย่างอื่นไปด้วย เฝ้าไปเฝ้ามาได้ปีนึงก็เริ่มเบื่อ (ฮา) ก็เลยกลับไปทำงานที่เก่า (ที่ๆ 2) แต่เปลี่ยนตำแหน่งเป็นคนแต่งภาพ+ใส่คำบรรยายแทน ทำได้ปีนึงก็ออกเนื่องจากความเครียด แล้วก็มาเป็นเราในตอนนี้แหละ (ฮา)

เล่ามาถึงประวัติการทำงานเราขนาดนี้ ยังไม่จบ แต่มีภาคต่อนะจ๊ะ เพียงแต่อยากบอกว่า เราได้อะไรมาจากการทำงานด้านนี้มั่ง เล่าคร่าวๆก็ราวๆนี้แหละ ครั้งหน้าจะเป็นทัศนคติที่เรามีต่ออาชีพสายนี้จ้า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากจะบอกว่าเรียนวิทยาคอมเหมือนกัน.......
แล้วอยากทำงานด้านการ์ตูนเหมือนกันด้วยอ่า~~~~ (แต่หนูยังไม่จบอ่ะ)
ตามอ่านต่อค่า

#1 By Icys :: ตีเจตนา on 2006-08-22 21:56

ตามอ่านต่อด้วยคนค่ะ..

ว่าแต่อ่านข้างบนแล้วเสียวๆ แฮะๆ ตอนเราแปลไม่รู้ว่าแปลผิดหรือใช้คำราชาศัพท์อะไรผิดไปมั่งรึเปล่าเนี่ย เหอๆ แต่ว่าก็พยายามปรุ๊ฟตลอดไม่ให้สะกดผิดแม้แต่ที่เดียว คนตรวจงานจะได้ไม่ลำบาก สบายใจกันทั้งสองฝ่ายค่ะ

#2 By nuinthelewen on 2006-08-22 22:28

ขอบคุณนะคะ ที่มาเล่าให้ฟัง บางทีตอนที่แปลงานนี่ก็เคยเถียงเรื่องการเรียกชื่อ หรือไม่พวกศัพท์เฉพาะเหมือนกันเลย เป็นเบื้องหลังนี่ลำบากเหมือนกันนะ คนอ่านการ์ตูนนี่ปกติแต่ละหน้าอ่านพรวดเดียว แต่คนที่ทำเบื้องหลังกว่าจะผ่านไปแต่ละหน้านี่เพ่งแล้วเพ่งอีก จะว่าไปสำนวนแปลระก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ โดนคนปรู๊ฟว่าบ่อยเหมือนกัน อยากจะฝึกให้เก่งมากกว่านี้อีกจัง ต่อโทด้านภาษษไทยดีไหมนะ แล้วจะรออ่านภาคต่อไปค่ะ
รออ่านภาคต่อนะนุ้ยจัง
ทำงาน 6 วัน + เดินทางด้วยมีเหนื่อยจริงๆ แหละ ^ ^"
สู้ๆ

#4 By honeynut on 2006-08-22 23:13

ภรรยาของพี่สาวอ่ะ...พี่นุ้ย ฮา

พิสูจนฺอักษรไหนก็คงไม่เท่าพิสูจน์อักษรสยาม ณ เวลานี้นะคะ รุว่า

#5 By hikaru on 2006-08-23 03:50

ผ่านประสบการณ์มาหลากหลายดีจังเลย นุ้ยจัง เรียกว่าทำงานมาแต่ละที่ไม่มีที่ไหนเสียเปล่าเลยนะเนี่ย

อ่านแล้วก็แอบหวั่นเหมือนกัน กลับเมืองไทยก็อยากทำงานแปลการ์ตูนเป็นอาชีพเสริมด้วยเหมือนกัน จะไหวมั้ยนะเรา? แน่นอนว่าไม่อยากสร้างปัญหาให้คนปรู๊ฟงานเยอะด้วย

จะรอติดตามตอนต่อไปจ้า

#6 By lapace on 2006-08-23 17:39

อ้ายยย
ได้ทำด้วย งิ อยากทำบ้างค่า
อยากให้มันมีงานสายนี้ แบบในญี่ปุ่น . . .

ขอแอดนะคะ ตามอ่านค่า

#7 By 45 on 2006-08-23 18:55

ชอบจังเลย

#8 By *-* on 2008-07-31 17:16

ผมสนใจในด้านการ์ตูนว่างๆพี่ๆก็addเมลคุยกับผมหน่อยน้าคร้าบ

#9 By kawinn (58.9.203.74) on 2009-02-11 21:21

อืม เราเข้าใจความรู้สึกของคุณนะคะ

เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เ็ป็นคนแปลการ์ตูน เราก็ถือว่าการส่งงานที่สมบูรณ์ที่สุด (ในความคิดเรา) ถือเป็นความรับผิดชอบของคนแปลด้วย เพราะงั้นแล้วก่อนส่งก็พยายามตรวจแล้วตรวจอีก ตัวเองตรวจไม่พอ ดึงให้น้องมาช่วยดูด้วยค่ะ ฮ่ะ ๆ

เราว่านักแปลทุกคน ไม่มีใครอยากทำงานพลาดหรอกค่ะ เพราะรู้ดีว่าพลาดแล้วจะกระทบไปเป็นทอด ๆ นับตั้งแต่พี่ที่แต่งภาพ ใส่คำพูด ไปจนถึงพี่พิสูจน์อักษรกันเลย ที่สำคัญ มันเป็นการดิสเครดิตตัวเองด้วยล่ะ

เมนต์ซะยาว เอาเป็นว่าจะรออ่านภาคต่อนะคะ

big smile

#10 By SHizUKu on 2009-08-27 21:15