การทำงานด้านการ์ตูน [2]

posted on 24 Aug 2006 19:10 by goldenfish

กลับมาอัพตามที่สัญญากันไว้แล้วเน้อ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจ้า ใครที่ยังไม่เคยอ่านภาค 1 ก็เลื่อนลงไปดูได้เน้ออย่างที่บอกไว้คราวที่แล้วว่า คราวนี้จะเป็นทัศนคติ และความคิดเห็นที่มีต่ออาชีพสายนี้นะ เพราะฉะนั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้ เนื่องจากเป็นความคิดส่วนบุคคล เอาเป็นว่า เล่าสู่กันฟัง ละกัน (เหมือนคราวที่แล้วเลย).


หลังจากที่เราทำงานด้านนี้มาอย่างโชกโชน (ฮา ที่จริงก็ไม่กี่ปีเอง)จากวันแรกที่เราเริ่มสมัครงานจนมาถึงตอนนี้ ความรู้สึกหลายๆอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ตอนแรกสุดเลย เราทำใจไว้แล้วว่า อาชีพด้านนี้ค่าตอบแทนมันอาจไม่ได้ดั่งใจ (อย่างที่เราเคยบ่นๆไว้ในเอ็นทรี่ก่อน) สวัสดิการก็ไม่ค่อยมี แต่พี่ทุกคนที่ทำงานก็อุตส่าห์ให้โอกาสคนที่จบมาไม่ตรงสาย ประสบการณ์ก็ไม่มีเลยอย่างเราจนกระทั่งเป็นเราทุกวันนี้ เราก็ต้องขอบคุณมากๆ

อนิเมเตอร์ พาร์ท

แม้ว่าตอนนี้ เราจะได้ผ่านหลายๆอาชีพที่เราเองก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ทำจริงๆ อย่างอาชีพอนิเมเตอร์ (เป็นความฝันที่แสนสั้นเหลือเกิน) ที่ได้เข้าไปสัมผัสการทำงานจริงๆ ของการทำงานอนิเมชั่นที่ต้องบอกว่า มันไม่ง่ายเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน ทรัพยากรบุคคลที่ไม่ค่อยมี รวมไปถึงสายป่านทางธุรกิจ และนายทุน

จริงๆตอนแรก ก็ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคยทำด้านนี้มาก่อนว่า เป็นอาชีพที่ไม่สนุกเลยนะ ต้องมาทำอะไรซ้ำซากทั้งวัน แต่ตอนนั้นก็บอกว่าตัวเองว่าไม่เป็นไรมันเป็นสิ่งที่เราอยากทำ แต่พอเข้าไปคลุกคลีจริงๆ บางทีเราก็คิดว่าโชคดีแล้วแหละ ที่เวลาที่เราได้อยู่กับมันแค่แว่บเดียว ไม่ใช่อะไร.....คือ พอมันกลายเป็นการทำงาน บางครั้งเราอาจจะต้องวาด ต้องทำโจทย์ที่เราไม่ประสีประสาเลย อย่างคำว่า "ความเป็นไทย" คือตัวเราเองพัฒนามาจากลายเส้นสายญี่ปุ่น ถึงกับกุมขมับ วาดคาแรคเตอร์ วาดน่ะวาดได้ แต่ไม่ถูกใจ นายทุน

"มันญี่ปุ่นเกินไป"

แค่นี้ทุกอย่างจบ ต้องมาเริ่มต้นใหม่อีก ครั้นจะวาดตามแบบที่มีคนดีไซน์มาให้แล้ว เราก็ลำบากเพราะว่าเป็นพวกวาดสัดส่วนเพี้ยน (คิดว่านี่คงเป็นปัญหาเฉพาะเราคนเดียวน่ะแหละ - -") มาวาด ตาแก่ ผู้หญิง เด็ก สัญชาติไทยยังไง๊ยังไงอิฉันก็ทำได้แค่ใกล้เคียง แต่ไม่สวยเท่าแบบฮ่ะ ให้ลงสี ให้วาดฉาก คลีนเส้น อินบีทวีน ได้ฝึกแค่แป๊บเดียว ><ก็โดนย้ายมาทำหนังสือซะแล้วแต่เราก็คิดว่า เข้ามาดูหลักการแค่นี้เราก็คุ้มค่าแล้ว อย่างน้อยๆก็เอาไปทำเล่นๆเองได้ (ฮา) วาดรูปผมกระดิกไรเงี้ย ทำเองเล่นเองก็สะใจดีเหมือนกัน สรุปความรู้ด้านนี้ก็เก็ตมาเต็มเหนี่ยว + ซาบซึ้งกับปัญหาอนิเมชั่นไทยจนซึ้งไปถึงกระดูก แต่ตอนนั้นก็ได้เจอคนมากมายรวมไปถึงด้านการทำหนังด้วย (เพราะว่าสตูดิโอนึงจะแตกเป็นทีมย่อยๆอีกหลายทีม สตูที่เราอยู่ เป็นสตูที่รวมงานของทุกทีม ก็เลยได้เห็นการทำงานของหลายทีมแล้วก็ยังมีทีมที่แยกแผนกออกไปทำเอฟเฟคต์ให้กับหนังไทยอีกต่างหาก)รู้สึกดีเหมือนกัน เหมือนเปิดโลกกว้าง(ฮา)

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเป็นอนิเมเตอร์ : ถ้าอยากเป็นก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า ที่บ้านคุณต้องไม่มีปัญหาเรื่องค่าตอบแทน เพราะว่าได้ค่อนข้างน้อย ถ้าไม่ใช่บริษัทใหญ่ๆ แต่ถ้าทำบริษัทเล็กๆ จะได้ทำทุกอย่าง เรียกว่าฝึกวิชากันเลยทีเดียว บ.ใหญ่ๆพนักงานจะแยกออกเป็นแผนกๆ อย่างแผนกอินบีทวีน (เคลื่อนไหว) แผนกลงสี ฯลฯรายได้ก็ดีกว่า แถมทำงานเฉพาะทางไป ไม่ต้องมาจับฉ่ายแบบสตูเล็กๆ ส่วนการสมัครงาน ในด้านที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย แนะนำว่า ให้เอารูปการ์ตูนลงสี หรืออนิเมชั่นทำเองสั้นๆนี่แหละ ไปพรีเซนต์ อย่างน้อยๆเราก็อาจจะได้งานออกแบบคาแรคเตอร์ หรืองานลงสีไปทำ หรือถ้าเป็นการ์ตูน ถ้าเข้าตาก็อาจได้ทำด้านสตอรี่บอร์ด (หรือเผลอๆอาจจะได้ทำทุกอย่าง 555)แล้วที่สำคัญคือ ต้องอดทนมากๆสมัยที่เราทำ มีคนออกจากทีม(อื่น)บ่อยๆ คนที่มาทำ(สตูเราแต่ทีมอื่น)ส่วนมากไม่มีความรู้ด้านการ์ตูน (แต่มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะ) อย่างเช่น เอฟเฟคต์เวลาหดหู่แบบฮาๆของการ์ตูนที่มีเส้นตรงขีดลงมาหลายเส้นๆ เค้าจะไม่เก็ตว่านี่คืออะไร หรือแบบเส้นสปีด เค้าจะงงว่าใส่ยังไง ใช้ยังไง (คือแบบว่าสำหรับคนการ์ตูนแล้วมันเป็นอะไรที่ดูง่ายมากๆเลย) เพราะฉะนั้น บางทีดูอนิเมชั่นไทยบางเรื่องแล้วก็แอบปลงๆ .....ก็คนทำมันไม่ใช่คนการ์ตูนนี่นะ บางเรื่อง สตอรี่บอร์ดสนุกมากกกกกก แต่พอเป็นอนิเมแล้วแป๊ก - -"อะไรทำนองนี้ ประเทศไทยยังขาดคนเขียนคีย์เก่งๆอยู่ ก็น่าเสียดายที่เราไม่มีทรัพยากรด้านนี้จริงๆ (อาจจะมีแต่เค้าไปทำงานอย่างอื่นกันหมด - -")<---- บ่นนอกเรื่องแล้วตรู

นี่สำหรับงาน 2D นะ ถ้าเป็น 3D ก็จะต่างออกไปแต่เราไม่ขอคอมเมนท์3Dละกันเนื่องจากไม่ได้เผชิญงานมันมา


อัพคราวหน้าจะเป็นงานสายการทำการ์ตูนญี่ปุ่น ตั้งแต่ ฝ่ายแปล - ฝ่ายคอม - ฝ่ายปรู๊ฟ - กราฟฟิค (ทำปก) นะจ๊ะ หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันซะก่อนล่ะ ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทำมาครบแล้วมั้งนุ้ยจัง ขาดแต่เปิดสำนักพิมพ์ ที่จริงแล้วนุ้ยจังเป็นมาเฟียปลอมตัวมาใช่มั้ย

#1 By honeynut on 2006-08-24 21:24

ก็ว่าทำไมสีหน้าละครไทยมันถึงได้จืดชืดยังงี้
แต่พวกเด็กเล็กๆดูกลับรุ้เรื่องนี่ ทำไมผู้ใหญ่ไม่รู้ล่ะเนี่ย

#2 By Icys :: Luminous Wrath on 2006-08-24 21:50

เคยแอบอยากเป็นอนิเมเตอร์ แต่อ่านแล้ว....
ใช้กันซะคุ้มเลยนะคะ

#3 By hikaru on 2006-08-24 22:26

มาเปิดโรงเรียนกันดีกว่าแก XD

#4 By aya&ume on 2006-08-24 22:35

สนุกๆ จะตามอ่านต่อนะคะ
นัทอยากทำด้าน อนิเมเตอร์เหมือนกันค่ะ
เรียนวิศวคอมฯ จะทำได้มั๊ยคะ?

#5 By Na - th (นัท) on 2006-08-24 23:51

หนุกมากๆ ตามอ่านต่อเช่นกัน เวลาคุยเอ็มฯ กับโคอาล่า ไม่เคยได้รู้เรื่องราวละเอียดขนาดนี้ ( >< )b

เราอยากลองทำนะ เขียนสตอรี่บอร์ดเนี่ย
แต่การ์ตูนจะดีหรือห่วยก็ขึ้นอยู่กับหน้าที่นี้สินะ น่าสยองทีเดียวเชียว

#6 By Piggy on 2006-08-25 17:38

ใช่เราก็ว่าการเข้ามาทำสายอนิเมเตอร์มันยากจริงๆ ซึ่งเราก็ได้เจอประสบการณ์มานิดหน่อย
ประมาณว่าไปลองเรียนการทำการตูนอนิเมมาเหมือนกันแค่พื้นฐานนะ พวกสามดีอะ บอกได้คำเดียวว่ายาก

#7 By Miyuki on 2006-08-25 18:49

แง่ว
เยอะจังเลย อ่านไม่ออกเลย คิกๆ เราอยากเปิดโรงเรียนสอนวาดการ์ตูนๆๆๆ
เปิดกับหนูเถอะนะ

#8 By 45 on 2006-08-26 19:05

อนิเมเตอร์นี่นับเป็นหนึ่งในอาชีพในฝันเลยล่ะค่ะ(ตอนนี้เป็นอิลลัสฝีมือต๊อกต๋อยไปก่อน - -")

ไม่น่าเชื่อว่าคนทำจะไม่ได้เข้าใจในความเป็นการ์ตูน แล้วแบบนี้อนิเมไทยจะพัฒนาไปยังไงหว่าเนี่ย

บล็อกเนื้อหาเกี่ยวกับวงการการ์ตูนแยอะดี ขอแอดนะคะ

#9 By Ares on 2006-08-27 15:12

ว้า!แย่จังเลย รู้สึกหลงรักตัวการ์ตูนอนิเมชั่นแล้วซิ....

#10 By ซังโกะ (125.27.237.137) on 2009-09-07 14:11