การทำงานด้านการ์ตูน (3)

posted on 27 Aug 2006 00:18 by goldenfish

กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ อย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนล่ะ (ดูว่าจะมีผู้รอดตายอ่านเอ็นทรี่ซีรี่ย์นี้ไปจนจบได้ซักกี่คน) สำหรับคนที่อยากตามอ่านตั้งแต่ ภาค 1| ภาค2 กดได้เลยค่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลามาต่อกันเลยนะคะ


เก็บตกจากคราวที่แล้ว

รู้สึกว่าที่อัพไปคราวก่อน จะทำให้บางคนมองว่าอาชีพนี้ไม่รุ่งแหงๆ แต่ช้าก่อน อย่างที่บอกไว้ว่ามันมาจากประสบการณ์ของเราเอง เพราะฉะนั้นก็บอกได้เลยว่า อาจจะเอาไปอ้างอิงอะไรได้ไม่มากนัก เพราะว่างานด้านนี้มันกว้าง อย่างเช่น ถ้าเราไปสมัครงานที่เขาทำอนิเมชั่นส่งออกนอก หรือทำโฆษณา เค้าก็มีระบบระเบียบที่ดีกว่า แบ่งแยกตำแหน่งงานชัดเจน อาทิ มีตำแหน่ง ออกแบบคาแรคเตอร์ ฯลฯ ค่าแรงก็ดีกว่าด้วย (เป็นหลักหมื่น) เพราะฉะนั้นคนที่อยากทำงานด้านนี้ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ เผอิญว่าเราเจอมาด้วยโชค (ดีหรือร้ายไม่ทราบ) เอง ก็เลยมาเล่าสู่กันฟังสิ่งที่เราเจอเท่านั้นเองแหละ

คำถามที่น้องนัทถามมาว่า จบวิศวะ-คอม ทำได้มั้ย เอาเข้าจริง พี่ว่าก็ทำได้นะ คือคนวาดการ์ตูนมาแล้วมันก็เรียกได้ว่ามีเซนส์หน่อย ไปฝึกในที่ทำงานซักหน่อยก็คือว่าทำได้ชัวร์ ถ้าอยากลองฝึกเองตั้งแต่ตอนนี้ ก็ลองหัดจากการวาดภาพคนเดินก่อนก็ได้ (ตอนเราไปสมัครงานเค้าก็ลองให้วาดเลยแหละ 555 ก็วาดไปตามประสามั่ว มันก็เดินกระตุกๆดี แล้วก็ให้วาดคนโบกมือ อันนี้ง่ายหน่อย เลยลองวาดดอกไม้บานด้วย อันนี้ประสบความสำเร็จดี)

เอาเป็นว่าสำหรับคนที่อยากทำงานด้านนี้ ก็ขอให้ลองเข้ามาทำก่อนดีกว่า อาจจะดีกว่าฟังเราเล่าอย่างเดียว เพราะว่าการทำงานแต่ละที่ ถึงจะไม่เหมือนกันแต่ก็มีหลักการเดียวกัน อย่างน้อยๆเราก็ได้ความรู้และประสบการณ์ละนะ ^^


การทำงานด้านการ์ตูนญี่ปุ่น

เอาล่ะ เราก็จะมาเล่าถึงประสบการณ์การทำการ์ตูนญี่ปุ่นล่ะนะ ตำแหน่งที่ข้องเกี่ยวกับการทำงานด้านนี้ก็มีตั้งแต่ คนแปล , คนคอม (แต่งภาพ + ใส่คำบรรยาย แต่ว่าบางที่ ตำแหน่งนี้จะแยกกัน แต่งภาพคนนึง แล้วก็ใส่คำบรรยายเป็นอีกคนนึง) , คนปรู๊ฟ และสุดท้ายก็คนทำปก

จริงๆแล้วตำแหน่งที่เราเคยทำมา ก็มีแค่ประสบการณ์ด้าน คนทำคอม กับ คนปรู๊ฟ เท่านั้นเอง แต่จะให้เล่าคร่าวๆว่าตำแหน่งอื่นเป็นยังไง ก็คิดว่าพอจะทำได้(มั้ง) อันดับแรกเลย ขอเริ่มที่คนแปลก่อนละกัน

คนแปล

อันดับเราถ้าเราอยากจะเป็นนักแปลการ์ตูน เราก็ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า ความรู้ด้านภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นแข็งแรงในระดับนึง และอีกอย่างก็ต้องมีใจรักการ์ตูนด้วย (ซึ่งมันเกี่ยวพันกับการหาข้อมูลเพิ่มเติม) ถ้าตัดสินใจได้แล้ว เราก็เริ่มจากการโทรศัพท์ไปที่สำนักพิมพ์ว่าเขายังรับสมัครนักแปลอยู่หรือเปล่า โดยเบอร์โทรนั้นเราสามารถหาได้จากการ์ตูนคอมิคส์ที่เขาพิมพ์ออกมานั่นแหละ ^^ ถ้าเขายังรับอยู่ เขาก็จะให้เราเทสต์งาน ซึ่ง งานเทสต์แต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกัน บางที่เขาก็อาจจะให้งานเทสต์แปลที่บ้านพร้อมระยะเวลาช่วงหนึ่ง บางที่ก็อาจจะต้องแปลงานเทสต์ที่บริษัทเลย (อย่าลืมเอาดิกไปด้วย) ถ้าเราผ่านเกณฑ์ของเขา คราวนี้ก็จะได้ลุยงานจริงกันล่ะ

สำหรับประสบการณ์การเป็นนักแปล คิดว่าคนที่เข้าบล็อกหลายๆคนคงจะทราบดีกันอยู่แล้ว (ฮา) ลองมาเล่าแลกเปลี่ยนกันฟังมั่งนะ ^^ เพราะว่าในส่วนของคนแปล เราก็คงแนะแนวได้แค่นี้แหละ

คนคอม

ในส่วนของคนคอมเอง อาจจะเข้มข้นหน่อยเพราะว่าเราได้เผชิญประสบการณ์มาจริง แถมหลายสำนักพิมพ์ซะด้วย ในภาค 1 เราได้เล่าไปบ้างแล้ว แต่ก็ลืมเล่าว่า ที่จริงช่วงที่เราเฝ้าร้านก็ไปรับจ็อบงานไพเรทมาด้วย แต่ละที่ก็ทำงานคล้ายๆกันแหละนะ แต่บ.ใหญ่ๆ อาทิ เนชั่น วิบูลย์กิจ คนแต่งภาพกับคนบรรยายจะเป็นคนละคนกัน (เงินก็ดีด้วยแหละ....หลักหมื่นเราก็ว่าดีหมด 555) ที่จริงเราว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่รายได้ดีนะ (อาจจะเพราะเอาไปเทียบกับอาชีพอนิเมเตอร์) สำหรับสกิลหลักๆของอาชีพนี้ก็คือ Photoshop นั่นเอง

สำหรับวิธีสมัครงานก็มีทั้งรับเป็นการภายใน (ต้องรู้จักกับคนในนั้น) และประกาศลงสื่อ สำหรับโปรแกรมอีกอย่างที่ใช้ในการจัดหน้า (ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละสำนักพิมพ์) อาทิ Corel Draw , Page Maker, Illustulator(ถ้าเราเป็นคนแต่งภาพไม่ต้องทำในส่วนของบรรยายก็อาจจะไม่ได้ทำโปรแกรมนี้) ซึ่งต่อให้เราไม่เป็นก็สามารถฝึกฝนที่ทำงานได้ ไม่ยากๆ

การทำงานก็คอนเซปต์เหมือนๆกันในแต่ละที่ คือแต่งภาพให้เนี้ยบ ตัวเสียงไม่บังภาพ บรรยายก็ให้อยู่ตามที่ญี่ปุ่นจัดมา ตอนแรกๆที่เราเข้าไปก็หัดเขียนเสียงก่อน ซึ่งก็ออกมาอุบาทว์มาก (ฮา) พี่ที่สอนเราออกจะเขียนออกมาได้งดงาม แต่เราไม่ได้เรื่องเลย ก็หัดๆไป เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ปวดหลังมาก (จริงๆอาชีพนักแปลก็ปวดหลังนะ) เรื่องดีอีกอย่างของการเป็นคนคอมก็ดี เรื่องสามารถแก้ไขคำพูดของคนแปลได้ในกรณีที่มันผิด แต่จะว่ามันเป็นเรื่องดีก็อาจจะไม่ใช่ อาจจะเป็นเรื่องร้ายถ้าเราได้งานของคนแปลมีปัญหา ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีการแก้ไขคำแปลเยอะมากนั่นเอง ในบางกรณีความหวังดีของคนคอมก็สามารถทำให้เนื้อเรื่องเพี้ยนได้ (ฮา)

ไอ้เรื่องเนื้อเรื่องเพี้ยนนั่นก็เรื่องนึง เรื่องใส่คำพูดสับช่องก็อีกเรื่องนึง ถ้าเพี้ยนเรื่องสับช่อง (มาลุ้นรัก) ก็แปลว่าอาจจะเกิดมาตั้งแต่คนแปลแปลสับช่อง (แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นคือเกิดจากคนคอมมากกว่า) นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของภาพ แต่งไม่เรียบร้อย ตัวเสียงหลุดอะไรเทือกนั้น บางทีอาจจะรวมไปถึงเรื่องการเซนเซอร์ด้วย แต่เรื่องเซนเซอร์นี่เป็นนโยบายของบริษัทที่เราต้องปฏิบัติตามล่ะนะ ถึงจะคิดว่า แค่นี้มันจะเซ็นไปทำไม (วะ) แต่ก็ต้องทำตามอยู่ดี การ์ตูนผู้หญิงบางเรื่องตัดเป็นหน้าๆเลยทีเดียว (ส่วนการ์ตูนวายตัดเป็นช่องๆ ฮา....แต่รู้สึกว่าถ้าเป็นการ์ตูนวายคนเซ็นเซอร์จะเป็นอีกคนนึงนะ)

เรื่องดีอีกอย่างที่เราได้จากอาชีพนี้ก็คือ วิชาทำสกรีนโทนนั่นเอง (กรรมวิธีขอปิดเป็นความลับทางอาชีพ) แล้วก็การทำงานการ์ตูนในคอมนั่นเอง บอกเลยว่าที่จริงทุกสำนักพิมพ์รู้เทคนิคนี้นะ แต่ไม่มีใครมาเปิดเผย เราเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกับทางญี่ปุ่นหรือเปล่า ช่วงที่เราใกล้ออกจากงานเราก็พยายามตักตวงความรู้ด้านนี้ให้มากที่สุด (แต่เอาเข้าจริง ไอ้ตอนที่เราได้วิชานี้มา มันเป็นตอนช่วงที่เป็นคนปรู๊ฟต่างหากแต่ถ้าเราไม่มีพื้นคนคอมมาเลยก็อาจจะไม่เข้าใจก็ได้) อย่างตอนแรกเลยที่ต้องมาทำงานในโหมด Bitmap น่ะ เราก็เพิ่งเข้าใจว่ามันแตกต่างกับโหมด Grayscale ยังไง เพราะว่าที่ทำงานมีปรินท์เลเซอร์อยู่

(นอกเรื่อง)เออ เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า ตอนก่อนเราจะออกนั่น ทำโทนไว้ที่ทำงานให้ลงในนิตยสารได้ถึง 2 ปีเลยนะนั่น (ฮา)

หลังจากที่เราออกมาก็เริ่มที่จะทำซีดีสกรีนโทนล่ะนะ ตอนแรกที่เราเริ่มรู้จักการทำโทน บอกเลยว่า เราตื่นเต้น แบบว่าตอนนั้นเรารู้สึกว่า ถ้าคนการ์ตูน (ใครซักคนก็ได้) มายืนในจุดที่เราทำอยู่ตอนนั้นก็ต้องรู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันแน่ๆ เพราะว่าตอนนั้นยังทำโทนกันได้ในคำสั่ง แพทเทิร์นกันอยู่ แต่การติดโทนในคอมก็ยังไม่แพร่หลาย แต่วิธีของเรา สามารถทำได้หลากหลายมากกว่าแพทเทิร์น ตอนนั้นจำได้ว่าคอมเรายังเป็นเครื่องเก่าอยู่ (แพนเทียมทู) สำหรับโทนที่ต้องสแกน ก็ใช้เวลานานมาก (แต่ก็ใช้เวลาน้อยกว่าโหมด Grayscale เยอะ)

ตอนหลังมารู้ว่าการทำสกรีนโทนที่ญี่ปุ่นได้ค่าแรงลายละ 3000 บาท (ก๊าก) เลยติดจะอึ้งๆเล็กๆ แต่ตอนที่ทำโทนเองโดยอิงจากแบบทางญี่ปุ่น เราก็นึกในใจว่าคนทำลายโทนเนี่ยเก่งมากเลยนะ (ตรูก็เลวไปก็อป+สแกนของเค้ามา) อืม แต่ก็คิดว่า นี่อาจจะเป็นการพลิกโฉมหน้าของวงการการ์ตูนเลยก็ได้ (ตอนนั้นโดจินยังไม่แพร่หลาย) ก็คิดซะว่า Photoshop เถื่อน สามารถทำให้คนการ์ตูนเมืองไทยลงสีได้ โทนของเรา (ก็เถื่อนอีก) ก็คงทำให้คนหันมาติดโทนในคอมกันได้เหมือนกัน ^^

จำได้ว่าตอนเขียนไกด์ในซีดีสกรีน เราเขียนไม่ได้ละเอียดมากนัก (ตอนนั้นยังเกรงๆว่า นี่เราขโมยวิชาบ.ออกมาถ่ายทอดแบบนี้จะดีเหรอ แต่พี่ที่ทำงานก็บอกว่า การที่เราทำโทนได้มันเป็นผลมาจากการปฏิบัติของเราเอง อย่าคิดมาก) คือ ถ้าพูดให้ถูกนะ เรารู้วิธีทำเป็นจุดๆมาแค่นั้นแหละ เราทำโทนทุกลาย (ที่เป็นจุดๆ) ได้ทันที เรียกว่า ประยุกต์ด้วยล่ะมั้ง อย่างเรื่อง Bitmap ก็ประยุกต์มาอีกเช่นกัน หลังจากนั้นก็เริ่มถ่ายทอดวิชา (ฮา) โดยเริ่มมาจากเพื่อนๆด้วยกันก่อน

นอกเรื่องอีกที เราว่าให้เราหวนนึกถึงตอนที่ทำโทนได้ ทำงานในคอมได้ เราก็รู้สึกตื่นเต้นทุกทีเลยนะ เป็นความทรงจำที่ล้ำค่าสำหรับเรามากๆ (ถึงเดี๋ยวนี้มันจะเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วก็เถอะ)

หลังจากที่เริ่มขายงานแรก ก็คงต้องบอกว่า มีคนเริ่มทำงานในคอมโดยใช้โทนของเรามากขึ้น (จริงๆก็พูดไม่ได้เต็มปากหรอกนะ เพราะบางอันก็สแกนมา 555)เราก็รู้สึกดีใจล่ะนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นลายที่เราคิดเองด้วยแล้ว (ไม่บอกละกันว่าลายไหน) มันรู้สึกดีจริงๆ เรื่องฮาๆอีกอย่างก็คือ หลังจากที่เราบอกวิธีทำโทนให้คนสนิทรู้ เราก็นึกว่ามันจะทำลายใหม่ๆออกมา แต่ที่ไหนได้ มันบอกว่า "ก็มีแกอยู่แล้ว ชั้นจะมานั่งทำลายทำไม" แต่วววววว

เอาล่ะเรื่องตอนเป็นคนคอมก็ลากยาวมาถึงเรื่องทำซีดีสกรีนโทนซะได้ ขออภัยที่นอกเรื่องนอกราวไปหน่อยนะ (ฮา) เอาไว้คราวหน้าเรามาพูดถึง อาชีพที่เหลือกัน หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันซะก่อนล่ะ ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By romyen on 2006-08-27 19:29

มาเยี่ยมค่า เยอะอีกแร้ว เราว่านะ อัพทีละติสๆๆ ดีกว่า อ่านยากอ่ะ ยิ่งสี ขาว-ดำ อีก

#2 By 45 on 2006-08-27 19:40

อ่านเเล้วได้ความรุ้ใหม่ๆเพิ่มมากมายขอบคุณนะครับ
จะบอกว่าติดสกรีนคอมเป็นก็เพราะซีดีของนุ้ยจังแหละ ถ้าไม่มีนุ้ยจังป่านนี้ก็โทนถึกสติ๊กเกอร์ใสต่อไป

เรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ต่างๆ ของคนการ์ตูน อ่านตามที่นุ้ยจังเล่าแล้วเห็นภาพเลย

#4 By honeynut on 2006-08-27 23:38

โอ....มีประโยชน์มากเลยทั่น 555........
(แอตซะเยย...ความจริงแอตตั้งแต่วันที่...ทำงานด้านตูน[2]แล้วแหละ...แต่ยังไม่ได้เม้นให้เพราะเน็ทหลุดซะก่อน555)

#5 By .koko1358. on 2006-08-28 09:00

แอดม่าง~~
หุๆๆ ไม่เบื่อหรอกค่ะ หาคนมานั่งบรรยายให้มันยาก ก็อยากรู้อาชีพคนทำงานมั่งง่า

#6 By Icys :: ตีเจตนา on 2006-08-28 19:04

อ่านแล้วได้ความรู้เยอะเลย
คำว่า "ฤดูไม้ใบผลิ" อ่านกี่ครั้งก็ยังขำเหมือนเดิม
แล้วจะติดตามอ่านต่อนะจ๊ะ
Joice

#7 By joice and bo on 2006-08-28 23:54

มันคือความฝัน--------ที่อยากจะทำนะ

#8 By tomo on 2007-01-15 23:19

open-mounthed smile

#9 By ทีม (203.113.51.100) on 2007-11-05 10:58

มีแฟนแล้ว

#10 By ทีม (203.113.51.100) on 2007-11-05 10:59

มีแฟนแล้ว



0854949275

#11 By ทีม (203.113.51.100) on 2007-11-05 11:01

#12 By (203.113.51.100) on 2007-11-05 11:01

ผมยังไม่มีแฟนครับ

#13 By ทีม (203.113.51.100) on 2007-11-05 11:07

#14 By ซิกโก้ (203.113.51.100) on 2007-11-05 11:52

ชืออะไร

#15 By ซิกโก้ (203.113.51.104) on 2007-11-06 10:17