การทำงานด้านการ์ตูน [4]
posted on 29 Aug 2006 19:32 by goldenfishในที่สุดก็มาถึงภาคที่ 4 แล้ว เฮ ใครที่ยังไม่เคยอ่าน ภาค 1 | ภาค 2 | ภาค 3 คลิกไปอ่านได้จ้า คราวนี้เราจะมาพูดถึง คนปรู๊ฟ (พิสูจน์อักษร) กัน
คนปรู๊ฟ
หรือที่เรียกอีกอย่างว่าพิสูจน์อักษร แต่เราขอใช้คนปรู๊ฟละกัน สั้นดี อย่างที่เราเคยบอกไว้ตอนแรกเลย ว่าเรานั้นจบมาทางด้านที่ไม่เกี่ยวกับงานสายนี้เลย แล้วมาจับพลัดจับผลูมาทำตำแหน่งนี้ได้ไง ก็ต้องเริ่มกันที่ตั้งแต่การสมัครงาน พอเราเห็นประกาศว่าสำนักพิมพ์เขารับคน เราก็สมัครไป ของที่นำไปสมัครงานด้วยนอกจาก ของที่ต้องใช้ประจำ เราหยิบวารสารที่เราเคยทำติดไปด้วยแหละ //// (สามารถดูซากอารยธรรมได้ที่นี่)
พอถึงตอนสัมภาษณ์ พี่บ.ก.เป็นคนสัมภาษณ์เราเอง เราก็คุยไปเรื่อยแล้วก็เอาแฟ้มผลงานให้เขาดู (มาสมัครตำแหน่งอะไรก็ไม่รู้ //// ) สรุปแล้วเขาก็รับเราด้วยตำแหน่งผู้ช่วยกองบรรณาธิการ หน้าที่หลักๆก็คือ ตรวจปรู๊ฟ หน้าที่รองๆ ก็มีตั้งแต่เปิดดิก แกะฟิล์ม (สมัยนี้ก็ไม่ต้องทำแล้ว)ทำหน้าไตเติ้ลของเรื่องที่ยังเป็นฟิล์มอยู่ (เขียนคำบรรยายอักษรด้วยมือ...สมัยนี้ไม่มีแล้ว) เขียนคอลัมน์ ตามงาน อะไรจำพวกนี้ ถ้าเป็นที่อื่นก็อาจจะมี ขอ ISBN ด้วย ก็จิปาถะแหละนะ
ถ้าถามเราว่าทำไมเขาไม่รับคนที่จบอักษรฯเข้ามาทำงานด้านตรวจปรู๊ฟล่ะ เราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน (อ้าว แล้วพูดทำไม) พูดถึงวงการนี้ก็ยังงงๆอยู่นะ คือ ถ้าเราเป็นคนการ์ตูนที่ถึงแม้จบไม่ตรงสายแต่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับด้านนี้ได้ ค่าของเราจะสูงกว่าคนที่ไม่ได้เป็นเด็กการ์ตูนน่ะ แต่ถ้าให้พูดว่ามีคนการ์ตูนอยู่ในแต่ละสำนักพิมพ์มากขนาดไหน ขอบอกว่าน้อยนะ อย่างออฟฟิศเรามีอยู่ 30 คน จะเป็นคนการ์ตูนซัก 5 คนก็หรูแล้ว ส่วนมากคนที่มาทำงานด้านนี้มักจะจบศิลปะแล้วก็ชอบอ่านการ์ตูนมากกว่า
วันแรกของการทำงาน เราก็ตื่นเต้นนะ เพราะออฟฟิศมันดูหรูมาก (ตอนหลังเฉยสนิท) แถมเจอพี่บก.(อีกคน) เจอหน้าครั้งแรก เขาถามเราว่า "คุณคิดยังไงกับการ์ตูนญี่ปุ่น?" เราก็ ....เอ่อ คำถามแบบนี้คาดหวังอะไรจากเรานะ ถ้าเกิดเราบอกว่าชอบแต่เขาแอนตี้ล่ะ (มาคิดอีกทีถ้าเขาแอนตี้เขาจะมาเปิดสนพ.ทำไมวะ) หรือถ้าเราบอกว่าไม่ชอบ เขาก็คงย้อนถามว่า "แล้วเอ็งมาทำทำไมวะ?" ขณะที่จิตใจของเรากำลังสับสนอยู่นั้นเอง พี่บก.อีกคนก็ตีระฆังตัดบทพาเราออกมาจนได้ (ฮา) แล้วก็มาถึงด้านการทำงานล่ะ
การทำงานด้านการตรวจปรู๊ฟการ์ตูนนั้น แบ่งได้ออกเป็น 2 อย่าง
1. เช็คคำบรรยาย ต้องไม่มีคำผิด คำตัดตก เกลาสำนวน รวมไปถึงเกร็ดความรู้ต่างๆ ถ้าคนแปลไม่มีมา เราอาจจะต้องเสริมเข้าไปด้วย
2. เช็คภาพ ตัวเสียงญี่ปุ่นต้องไม่หลุด ภาพต้องตกแต่งเรียบร้อย
และการ์ตูนนั้นก็มีทั้งแบบที่อ่านแบบไทยกับอ่านแบบญี่ปุ่น ถ้าอ่านแบบไทยก็ต้องคอยเช็คภาพพวกที่มีการเล่นกีฬา เบอร์เสื้อต้องกลับภาพ หรือร้านค้า โลโก้ที่มีบทบาทในเรื่องก็ต้องกลับภาพด้วย จริงๆบางสนพ.เขาก็ใช้ลูกศรชี้อธิบายแทน ก็แล้วแต่ข้อกำหนดของแต่ละสนพ.ล่ะนะ แต่ถ้าเป็นสนพ.ไพเรทก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้
จำได้ว่า วันที่ 2 ที่เราทำงาน ได้ปรู๊ฟการ์ตูนอยู่เรื่อง ถึงกับร้องไห้ เพราะเนื้อเรื่องมันสะเทือนใจมาก พอเข้าไปส่งงานพี่บ.ก.ก็เลยถามว่าร้องไห้ทำไม เราก็บอกว่าการ์ตูนมันซึ้งมาก (ฮา) พี่เขาก็บอกว่า ยังมีอย่างนี้อีกหลายเล่ม เป็นอีกเรื่องน่าอายของเราในการทำงานจริงๆนะ
คนแปลที่สนพ.เรา ก็จะมีทั้งคนที่ทำงานเรียบร้อยดี จนไปถึงนักแปลที่มีปัญหา ปัญหาที่ว่าก็พื้นฐานอย่างเช่น เขียนคำว่า คะ ค่ะ ไม่ถูก (ตอนนั้นไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนแบบนี้มาเป็นคนแปลได้ยังไง แอบผิดหวังไปเล็กน้อย) จริงๆแล้วคำผิดอย่างคำว่า เมื่อกี้ (ใช้ เมื่อกี้ ถูก เมื่อกี๊ อันนี้ผิด) เราก็คิดว่าพวกคำผิดที่ใช้กันบ่อยนี่ เราก็ไม่ซีเรียสนะ แต่ถ้ามาผิดคำง่ายๆอย่าง คะ ค่ะ มันชวนให้หงุดหงิดหัวใจไม่น้อย แล้วก็มีพวก ฎ ฏ นี่ ตอนปรู๊ฟเราก็ต้องเปิดดิกประจำ แล้วพวกคำว่า ปุ๊บ ปั๊บ หรือว่า โว้ย วะ ฟะ เฟ้ย โอ๊ย อ๊ากอะไรเทือกนี้ ก็ต้องคอยจดลิสต์คำผิดไว้ แล้วก็พวกตัวสะกดคำที่มาจากภาษาต่างประเทศก็ต้องใช้ให้เหมือนกัน งานคนปรู๊ฟก็จะเป็นอะไรจุ๊กจิ๊กๆอย่างงี้แหละ แต่ได้อ่านการ์ตูนก่อนใครก็เป็นข้อดีอย่างนึงนะ อิอิ
พวกเกร็ดความรู้ก็สำคัญ อย่างพวกเรื่องเฉพาะทาง อาทิ
สคูลเพ็น คนแปลแปลว่า ปากกาที่ใช้ในโรงเรียน .....จริงๆแล้วสคูลเพ็นเป็นประเภทของปากกาเขียนการ์ตูนอย่างหนึ่ง เหมือนพวกจีเพ็น หรือมารุเพ็นอะไรพวกนี้แหละ ก็ต้องแก้ให้เป็นคำทับศัพท์แล้วก็เขียนอธิบายแทน
อะไรทำนองนี้ ที่จริงมีอีกเยอะ อย่างคำว่า รีเฟรช ในการ์ตูนขับหุ่น คนแปลแปลว่า อากาศสดชื่น แหม่ มันช่างเข้ากับภาพเสียจริงๆ หรือ ว่า กางรั้วป้องกัน ที่จริงคือคำว่า กางบาเรีย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า รั้วป้องกัน (?) มันคืออะไรแล้วก็มีคนเปลี่ยนเพศตัวละคร เปลี่ยนชื่อตัวละคร อะไรก็ได้ แล้วแต่คนแปลจะใส่มา เรื่องจี้ๆก็มีอยู่ บางทีไอ้เล่มที่มันพิมพ์ไปแล้ว (ก่อนที่เราเข้ามาทำงาน) มันสับชื่อ (มาลุ้นรัก) หรือสับเพศไปแล้วน่ะสิ บางเรื่องเลยออกจะเป็นวายแทน เพราะว่าไอ้คนนี้เป็นผู้ชายแต่ดันใส่ให้มันเป็นหญิง อ่านดูก็แอบจี้เส้นไม่น้อย
ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยได้ใส่ใจสำนวนคนแปลเท่าไหร่ นอกจากมันจะพูดอะไรไม่รู้ ที่ทำให้คนไม่ค่อยรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างเราตะหงิดๆขึ้นมาได้ ก็ต้องไปถามคนแปลเอาทีหลัง เพราะว่าตำแหน่งคนปรู๊ฟคือ ปราการด่านสุดท้ายของการทำการ์ตูนแต่ละเล่มแล้ว ถ้ามีอะไรไม่ดีไม่งามแพลมออกไป ก็จะเสียชื่อไปทั้งสำนักพิมพ์ (แต่ว่าเราเองก็จับได้ไม่หมดหรอก เวลาเห็นหลุดออกมาจะเจ็บใจทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง "จูบกับภรรยาของพี่สาว" นี่สุดๆแล้ว) ถ้าได้คนแปลดีก็ทำงานสบายใจ แต่ถ้าเป็นนักแปลมีปัญหาก็ต้องทำใจให้ได้ว่าต้องละเอียดมากกว่าปกติหน่อย
สรุปแล้ว สำหรับคนที่ชอบอ่านการ์ตูนและมั่นใจว่าภาษาไทยตัวเองแข็งแรงพอ ก็สามารถมาทำอาชีพนี้ได้นะ เพียงแต่ต้องมีความละเอียดรอบคอบหน่อย แล้วถ้ามีเกร็ดความรู้เฉพาะทางอะไรแบบนี้ก็จะช่วยได้เยอะ
เอาล่ะ แล้วพบกันใหม่ ภาค 5 เน้อ.....
Navigator of Pirate

ทำไมหว่า
#1 By Icys :: ตีเจตนา on 2006-08-29 20:41